บทที่ 01
ความปลอดภัยของผู้ดูแลและการป้องกันการถูกกัด
อ่านสัญญาณเตือนก่อนน้องกัด เข้าหาอย่างปลอดภัย ป้องกันการบาดเจ็บ และดูแลตัวเองเมื่อถูกกัด
ความปลอดภัยของผู้ดูแลและการป้องกันการถูกกัด
ผู้ดูแลที่ปลอดภัย คือผู้ดูแลที่ดูแลน้องได้ดีในระยะยาว
งานดูแลสัตว์มีความเสี่ยง ทั้งการถูกกัด ข่วน หกล้ม และการบาดเจ็บจากการยก น้องส่วนใหญ่ไม่ได้ดุ แต่กัดเพราะกลัวหรือเจ็บ การอ่านสัญญาณเตือนและทำงานอย่างระวังตัว ช่วยให้ทั้งเราและน้องปลอดภัย

+แผนที่ความต้องการหลักในแต่ละวัย
กินบ่อย เล่นสั้น นอนมาก
คุมอาหาร เดินทุกวัน
เดินเบา ตรวจสุขภาพถี่ขึ้น
เริ่มดูแลจากอะไร?

อ่านก่อนเข้าใกล้
สังเกตภาษากายของน้อง ถ้าเห็นสัญญาณกลัวหรือขู่ ให้ชะลอและให้พื้นที่
ทำงานอย่างระวัง
เข้าหาช้าๆ ใช้อุปกรณ์ช่วย และรักษาระยะปลอดภัยเมื่อน้องตึงเครียด
ดูแลตัวเองเมื่อบาดเจ็บ
ล้างแผลทันที ปฐมพยาบาล และพบแพทย์ พร้อมแจ้งลมูน
บทที่ 15 · ภาพรวม
ทำไมน้องถึงกัด และทำไมเราต้องเข้าใจ
การกัดเกือบทุกครั้งมาจากความกลัวหรือความเจ็บ ไม่ใช่ความก้าวร้าวโดยกำเนิด

น้องไม่ได้อยากกัด การกัดคือทางเลือกสุดท้ายเมื่อน้องรู้สึกว่าไม่มีทางหนี เจ็บ หรือถูกคุกคาม ถ้าผู้ดูแลเข้าใจสาเหตุ ก็จะลดสถานการณ์ที่บีบให้น้องต้องกัดได้
ความกลัว
น้องที่ถูกต้อนจนมุม ตกใจ หรือเจอคนแปลกหน้าเข้าประชิด อาจกัดเพื่อป้องกันตัว
ความเจ็บ
น้องที่บาดเจ็บหรือมีจุดเจ็บ อาจงับเมื่อถูกแตะตรงนั้น แม้กับคนที่รักก็ตาม
การหวงของ
บางตัวหวงอาหาร ของเล่น หรือที่นอน การเข้าใกล้ตอนนั้นอาจกระตุ้นการป้องกัน
ระดับสัญญาณก่อนการกัด
เริ่มเตือน
เตือนชัด
ก่อนกัด
เริ่มเตือน
เตือนชัด
ก่อนกัด
เริ่มเตือน
เตือนชัด
ก่อนกัด
เริ่มเตือน
เตือนชัด
ก่อนกัดลดความเสี่ยง
เข้าหาและทำงานอย่างปลอดภัย
วิธีเข้าหาที่ถูกต้องช่วยให้น้องรู้สึกปลอดภัยและลดโอกาสถูกกัดลงมาก

การเข้าหาที่ดีคือการทำให้น้องไม่รู้สึกถูกคุกคาม เข้าจากด้านข้างไม่ใช่ตรงหน้า ไม่จ้องตา ย่อตัวลงให้ดูตัวเล็กลง และปล่อยให้น้องเลือกเข้าหาเราเอง สิ่งเหล่านี้ลดความเสี่ยงได้มาก
ภาษากายเรา
ย่อตัว ไม่จ้องตา หันข้างให้น้อง และเคลื่อนไหวช้าๆ ทำให้น้องไม่รู้สึกว่าเราเป็นภัยคุกคาม
ให้น้องคุม
ปล่อยให้น้องเข้าหาและดมมือเราก่อน อย่ายื่นมือไปลูบหัวทันที และให้น้องมีทางถอยเสมอ
ใช้อุปกรณ์ช่วย
กับน้องที่ไม่คุ้นหรือเครียด ใช้สายจูง ขนม หรือผ้าห่ม แทนการใช้มือเปล่าเข้าจับโดยตรง
ดูแลตัวเอง
เมื่อถูกกัดหรือข่วน ต้องทำอย่างไร
แผลกัดและข่วนเสี่ยงติดเชื้อสูง ต้องล้าง ทำแผล และพบแพทย์อย่างจริงจัง

ถ้าถูกกัดหรือข่วน อย่ามองข้ามแม้แผลเล็ก เพราะปากและเล็บสัตว์มีเชื้อโรคมาก ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที กดห้ามเลือด ทำแผล แล้วไปพบแพทย์เพื่อประเมินเรื่องวัคซีนและการติดเชื้อ
ล้างทันที
ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านและสบู่อย่างน้อย 5 นาที เพื่อชะล้างเชื้อโรคออกให้มากที่สุด
ทำแผลและพบแพทย์
กดห้ามเลือด ปิดแผลด้วยผ้าสะอาด แล้วไปพบแพทย์เพื่อประเมินวัคซีนบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า
แจ้งและบันทึก
แจ้งเจ้าของและลมูน บันทึกว่าน้องตัวไหน กัดอย่างไร และตรวจสอบประวัติวัคซีนของน้อง
ความเสี่ยงในงานและวิธีป้องกัน
นอกจากการถูกกัด งานดูแลยังมีความเสี่ยงอื่น รู้ไว้เพื่อป้องกันตัวเอง
เสี่ยงถูกกัดข่วน
- เข้าหาน้องที่ไม่คุ้นเร็วเกิน
- แตะจุดที่น้องเจ็บ
- เข้าใกล้ตอนน้องกินหรือหวงของ
- ปลุกน้องด้วยการจับ
- ต้อนน้องจนมุม
เสี่ยงบาดเจ็บกาย
- ยกน้องตัวใหญ่คนเดียว
- ลื่นล้มบนพื้นเปียก
- ถูกสายจูงรัดมือ
- สะดุดของในบ้าน
- เดินบนพื้นร้อนกับน้อง
ป้องกันได้
- อ่านภาษากายก่อนเสมอ
- ใช้อุปกรณ์ช่วยยก
- สวมรองเท้าที่ยึดพื้น
- จัดทางเดินให้โล่ง
- พกชุดปฐมพยาบาล
เคล็ดลับจากลมูน
ถ้ารู้สึกว่าน้องตัวใดอันตรายเกินกว่าจะดูแลได้อย่างปลอดภัย อย่าฝืน ให้แจ้งลมูนเพื่อประเมินงานใหม่ ความปลอดภัยของผู้ดูแลสำคัญกว่าการรับงานทุกงาน
ผู้ดูแลที่ปลอดภัย คือผู้ดูแลที่ดูแลน้องได้ดีและยาวนาน
- อ่านสัญญาณเตือนก่อนน้องจะกัด
- เข้าหาจากด้านข้าง ให้น้องมีทางถอย
- ใช้อุปกรณ์ช่วยและป้องกันการบาดเจ็บ
- ถูกกัดต้องล้างแผล พบแพทย์ และแจ้งลมูน
ลมูน คู่มือผู้ดูแลสัตว์เลี้ยง
บทสุดท้ายจะพูดถึงขอบเขตการบริการและจริยธรรมวิชาชีพ ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้ผู้ดูแลลมูนเป็นที่ไว้วางใจอย่างแท้จริง
อ่านต่อในเว็บไซต์ลมูน