บทที่ 01
การให้อาหารและน้ำ
ให้อาหารถูกสูตรถูกปริมาณ ดูแลน้ำสะอาด รู้อาหารที่เป็นพิษ และสังเกตการกินเพื่อจับสัญญาณสุขภาพ
การให้อาหารและน้ำ
งานประจำวันที่ดูง่าย แต่รายละเอียดเล็กๆ คือเรื่องความปลอดภัย
ผู้ดูแลคือคนที่ให้อาหารน้องตามคำสั่งเจ้าของ ต้องให้ถูกสูตร ถูกปริมาณ ถูกเวลา และเปลี่ยนน้ำสะอาดทุกวัน รวมถึงรู้ว่าอาหารอะไรเป็นพิษ และต้องสังเกตว่าน้องกินได้ปกติหรือไม่

+แผนที่ความต้องการหลักในแต่ละวัย
กินบ่อย เล่นสั้น นอนมาก
คุมอาหาร เดินทุกวัน
เดินเบา ตรวจสุขภาพถี่ขึ้น
เริ่มดูแลจากอะไร?

อ่านคำสั่งเจ้าของ
ดูสูตร ปริมาณ จำนวนมื้อ และข้อห้ามเฉพาะตัวของน้องก่อนให้ทุกครั้ง
ตวงและให้ตรงเวลา
ตวงตามที่กำหนด ให้ในเวลาเดิมทุกวัน และเก็บชามเมื่อน้องกินเสร็จ
สังเกตและจด
ดูว่าน้องกินอย่างไร ดื่มน้ำพอไหม และจดสิ่งผิดปกติทุกอย่าง
บทที่ 03 · พื้นฐาน
ปริมาณและเวลาที่ถูกต้อง
การให้มากเกินไปอันตรายพอๆ กับให้น้อยเกินไป ผู้ดูแลต้องตวงและให้ตรงเวลาเสมอ

ปริมาณอาหารขึ้นกับวัย น้ำหนัก และระดับกิจกรรมของน้อง ผู้ดูแลต้องทำตามที่เจ้าของกำหนด ไม่เพิ่มเองแม้น้องจะขออาหารเพิ่ม และนับขนมรวมในปริมาณทั้งวัน
ตวงเสมอ
ใช้ถ้วยตวงหรือเครื่องชั่งตามที่เจ้าของกำหนด การกะด้วยสายตาทำให้ปริมาณคลาดเคลื่อนมาก
ให้ตรงเวลา
น้องชอบกิจวัตรที่คาดเดาได้ ให้อาหารในเวลาใกล้เคียงเดิมทุกวันช่วยให้ระบบย่อยทำงานดี
นับขนมด้วย
ขนมและของเล่นเคี้ยวที่ให้ระหว่างวันคือแคลอรี่ ต้องนับรวมและไม่ให้เกินที่เจ้าของอนุญาต
ตารางมื้ออาหารตามวัย
ลูกหมา
วัยโต
วัยอาวุโส
ลูกหมา
วัยโต
วัยอาวุโส
ลูกหมา
วัยโต
วัยอาวุโส
ลูกหมา
วัยโต
วัยอาวุโสทุกวัน
น้ำสะอาดสำคัญไม่แพ้อาหาร
น้องขาดน้ำได้เร็วกว่าขาดอาหาร โดยเฉพาะในอากาศร้อนแบบบ้านเรา

ชามน้ำต้องสะอาดและมีน้ำตลอดเวลา คราบน้ำลายและฝุ่นสะสมในชามทำให้แบคทีเรียเติบโต ผู้ดูแลต้องล้างชามและเปลี่ยนน้ำใหม่ ไม่ใช่แค่เติมน้ำลงไปทับของเดิม
ล้างก่อนเติม
ล้างชามด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ แล้วล้างออกให้สะอาดก่อนเติมน้ำใหม่ทุกครั้ง
สังเกตการดื่ม
ถ้าน้องดื่มน้ำมากผิดปกติหรือไม่ดื่มเลย ให้จดไว้และแจ้งเจ้าของ อาจเป็นสัญญาณโรค
อากาศร้อน
วันที่ร้อนหรือหลังออกกำลัง ให้เพิ่มจุดวางน้ำและตรวจบ่อยขึ้น น้องเสี่ยงขาดน้ำง่าย
เมื่อเจ้าของสั่งเปลี่ยน
เปลี่ยนอาหารต้องค่อยเป็นค่อยไป
การเปลี่ยนอาหารกะทันหันทำให้น้องท้องเสียและอาเจียน ต้องเปลี่ยนแบบค่อยๆ

ระบบย่อยของน้องไวต่อการเปลี่ยนแปลง ถ้าเจ้าของสั่งให้เปลี่ยนสูตรหรือยี่ห้อ ผู้ดูแลต้องเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปภายใน 7 วัน เพื่อป้องกันท้องเสียรุนแรง
วัน 1-2
ผสมอาหารเก่า 75% กับอาหารใหม่ 25% สังเกตว่าน้องกินได้และไม่ท้องเสีย
วัน 3-6
ค่อยๆ เพิ่มอาหารใหม่เป็น 50% แล้วเป็น 75% ตามลำดับ ถ้าน้องยังปกติดี
วัน 7 เป็นต้นไป
เปลี่ยนเป็นอาหารใหม่เต็ม 100% ถ้าระหว่างทางน้องท้องเสีย ให้ชะลอและแจ้งเจ้าของ
อาหารที่เป็นพิษ ห้ามให้เด็ดขาด
อาหารคนหลายอย่างเป็นพิษต่อน้อง ผู้ดูแลต้องจำให้ขึ้นใจและกันให้พ้นมือน้อง
พิษรุนแรง
- ช็อกโกแลต
- องุ่นและลูกเกด
- หัวหอม กระเทียม
- สารหวานที่เป็นพิษ
- แอลกอฮอล์ทุกชนิด
อันตรายต่อร่างกาย
- กระดูกปรุงสุก แตกง่าย
- ก้างปลา
- อาหารเค็มจัด มันจัด
- กาแฟและชา
- แป้งดิบที่ฟูได้
ต้องระวัง
- เปลือกและเมล็ดอะโวคาโด
- ของทอดของหวานคน
- นมวัวในน้องที่แพ้
- ขนมคนที่มีสารหวาน
- อาหารหมดอายุ บูดเสีย
เคล็ดลับจากลมูน
ถ้าสงสัยว่าน้องกินของเป็นพิษเข้าไป ให้แจ้งเจ้าของทันทีและเตรียมพาพบสัตวแพทย์ อย่ารอดูอาการ เพราะบางพิษออกฤทธิ์ช้าแต่รุนแรง
หน้าที่ผู้ดูแล
สังเกตการกินเพื่อจับสัญญาณสุขภาพ
การกินที่เปลี่ยนไปคือสัญญาณแรกๆ ของปัญหาสุขภาพที่ผู้ดูแลจะเห็นก่อนใคร

เพราะผู้ดูแลให้อาหารน้องทุกมื้อ จึงเป็นคนแรกที่เห็นว่าน้องเบื่ออาหาร กินช้าลง หรือเคี้ยวลำบาก ข้อมูลเล็กๆ เหล่านี้ช่วยให้เจ้าของพาน้องไปตรวจได้ทันเวลา
- จดว่าน้องกินหมด กินครึ่ง หรือไม่แตะอาหารในแต่ละมื้อ
- สังเกตการเคี้ยว ถ้าน้องเคี้ยวข้างเดียวหรือทำอาหารหล่น อาจมีปัญหาฟัน
- ดูการดื่มน้ำ มากหรือน้อยผิดปกติคือสัญญาณที่ควรจด
- ถ้าน้องไม่กินติดต่อกันเกินหนึ่งมื้อหรือสองมื้อ ให้แจ้งเจ้าของ
ให้อาหารถูกสูตร ถูกปริมาณ น้ำสะอาดเสมอ และสังเกตทุกมื้อ
- ตวงทุกครั้ง ทำตามคำสั่งเจ้าของอย่างแม่นยำ
- เปลี่ยนน้ำสะอาดทุกวัน ล้างชามก่อนเติม
- กันอาหารเป็นพิษให้พ้นมือน้อง
- จดการกินและรายงานสิ่งที่ผิดปกติ
ลมูน คู่มือผู้ดูแลสัตว์เลี้ยง
บทต่อไปจะพูดถึงการดูแลความสะอาดและการสังเกตอึฉี่ ซึ่งเป็นอีกหน้าต่างสำคัญที่บอกสุขภาพของน้องได้ทุกวัน
อ่านต่อในเว็บไซต์ลมูน