Pet care + certification + trusted worker platform
LAMOON
Back to course

LAMOON Care · Lesson 02 of 10

วิธีการอุ้มและจับอย่างปลอดภัย

เรียนรู้ภาษากายของน้อง การเข้าหา และเทคนิคอุ้ม-จับให้ปลอดภัย ทั้งสำหรับ owner, pet sitter และระหว่างพาไปสัตวแพทย์

5 min📋 4 Checklist
Course progressLAMOON Care Certificate
Lesson 02 of 10

Lesson video

Micro lesson · 5-7 min

DEMO

บทที่ 01

วิธีการอุ้มและจับอย่างปลอดภัย

อุ้มและจับน้องให้ถูกวิธี รองรับน้ำหนักถูกจุด อ่านภาษากาย และหลีกเลี่ยงท่าที่เสี่ยงบาดเจ็บ

บทที่ 02|วิธีการอุ้มและจับอย่างปลอดภัย

วิธีการอุ้มและจับอย่างปลอดภัย

อุ้มให้ถูกวิธี ลดบาดเจ็บ สร้างความไว้ใจ

การอุ้มที่ผิดวิธีคือสาเหตุอันดับต้นๆ ของอาการบาดเจ็บที่หลัง ขา และข้อต่อของน้อง ทั้งยังทำให้น้องกลัวการสัมผัสไปตลอด การจับและอุ้มที่ถูกต้องจึงไม่ใช่แค่เรื่องแรง แต่คือการรองรับน้ำหนักให้ถูกจุดและอ่านภาษากายของน้องให้เป็น

ผู้ดูแลชาวไทยอุ้มสุนัขตัวเล็กอย่างถูกวิธีในบ้าน
ใช้ช่วงวัยเป็นแผนที่ แล้วปรับตามตัวจริงของน้องในแต่ละวัน

+แผนที่ความต้องการหลักในแต่ละวัย

ลูกหมา
ลูกหมา0-12 เดือน

กินบ่อย เล่นสั้น นอนมาก

วัยโต
วัยโต1-7 ปี

คุมอาหาร เดินทุกวัน

วัยอาวุโส
วัยอาวุโส7 ปีขึ้นไป

เดินเบา ตรวจสุขภาพถี่ขึ้น

เริ่มดูแลจากอะไร?

มือสองข้างรองรับหน้าอกและก้นของน้องหมา
หัวใจของการอุ้มคือรองรับสองจุดเสมอ ไม่ปล่อยให้ส่วนใดส่วนหนึ่งห้อย
1

เข้าหาให้น้องเห็นตัว

ย่อตัวลงระดับน้อง พูดเบาๆ ให้น้องดมมือก่อน อย่าเข้าจากด้านหลังหรือด้านบนศีรษะเพราะจะทำให้ตกใจ

2

วางมือสองจุด

มือหนึ่งสอดใต้หน้าอกหลังขาหน้า อีกมือรองก้นและใต้ขาหลัง แล้วจึงยกขึ้นพร้อมกันแนบลำตัวคุณ

3

วางลงอย่างนุ่มนวล

ย่อตัวลงให้เท้าน้องแตะพื้นก่อนปล่อยมือ ไม่ปล่อยให้กระโดดลงจากที่สูง เพื่อถนอมข้อและกระดูก

บทที่ 02 · ภาพรวม

ทำไมท่าอุ้มจึงสำคัญกว่าที่คิด

หลังและข้อต่อของน้องบอบบางกว่าที่เห็น การอุ้มผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้บาดเจ็บหรือกลัวการถูกจับไปนาน

ภาพประกอบโครงสร้างกระดูกสันหลังของสุนัขขณะถูกอุ้ม
กระดูกสันหลังที่ไม่ได้รับการรองรับคือจุดเสี่ยงอันดับหนึ่ง

หลายคนอุ้มน้องโดยจับใต้รักแร้แล้วยกขึ้นเหมือนตุ๊กตา ท่านี้ทำให้น้ำหนักทั้งตัวกดลงที่ข้อไหล่และกระดูกสันหลัง เป็นสาเหตุของอาการเจ็บเรื้อรังที่เจ้าของมักไม่รู้ตัว

2จุดรองรับขั้นต่ำในการอุ้มทุกครั้ง
90°อย่าให้หลังน้องงอเกินมุมนี้ขณะอุ้ม
0ครั้งที่ควรอุ้มโดยดึงขาหรือหาง

หลังต้องตรง

กระดูกสันหลังของสุนัขรับน้ำหนักในแนวนอน การอุ้มที่ปล่อยให้ก้นห้อยลงทำให้หลังแอ่นและกดทับหมอนรองกระดูก โดยเฉพาะพันธุ์ตัวยาวอย่างดัชชุนด์

ขาไม่ใช่ที่จับ

ห้ามยกน้องด้วยการดึงขาหน้า ขาหลัง หรือหาง เพราะข้อต่อเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมารับน้ำหนักทั้งตัว เสี่ยงข้อเคลื่อนและเอ็นฉีก

ความกลัวสะสม

ถ้าทุกครั้งที่ถูกอุ้มแล้วเจ็บหรือตกใจ น้องจะเรียนรู้ว่าการถูกจับคือเรื่องน่ากลัว และจะหนีหรือขู่เมื่อเห็นมือเข้าใกล้

03

อุ้มอย่างไรตามขนาดและชนิดของน้อง

สุนัขเล็ก
สุนัขเล็กต่ำกว่า 10 กก.
สุนัขใหญ่
สุนัขใหญ่เกิน 10 กก.
แมว
แมวทุกขนาด
01มือรองรับ
02ท่าแนบตัว
03สิ่งที่ห้ามห้ามทำ
04ก่อนวางลง
05เป้าหมาย

เทคนิคพื้นฐาน

การอุ้มสุนัขตัวเล็กทีละขั้น

สุนัขตัวเล็กดูเหมือนอุ้มง่าย แต่กระดูกบางและตื่นง่าย จึงต้องมั่นคงและนุ่มนวลเป็นพิเศษ

ผู้ดูแลชาวไทยอุ้มสุนัขพันธุ์เล็กแนบอกอย่างมั่นคง
ให้ลำตัวน้องแนบกับอกคุณเพื่อความรู้สึกปลอดภัย

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสุนัขตัวเล็กคือการทำให้น้องรู้สึกว่ามีของแข็งรองรับทั้งตัว ไม่ลอยกลางอากาศ และเคลื่อนไหวอย่างคาดเดาได้

1มือสอดใต้หน้าอกหลังขาหน้า
1มือรองก้นและใต้ขาหลัง
0การบีบหรือกดที่ท้อง

เริ่มจากด้านข้าง

เข้าหาจากด้านข้างลำตัว ไม่ใช่จากด้านบน ให้น้องเห็นมือและรู้ว่ากำลังจะถูกอุ้ม ลดอาการสะดุ้ง

ยกพร้อมกันสองมือ

เมื่อมือทั้งสองเข้าที่แล้วจึงยกขึ้นพร้อมกันช้าๆ ดึงเข้าแนบอก อย่ายกมือใดมือหนึ่งก่อนเพราะตัวจะบิด

ประคองหัวให้นิ่ง

ถ้าน้องดิ้น ให้ใช้แขนช่วยล็อกลำตัวเบาๆ แต่ไม่บีบ และพูดเสียงนุ่มเพื่อให้สงบลงก่อนเดิน

ระดับยกขึ้น

การอุ้มสุนัขตัวใหญ่และการจับแมว

น้องตัวใหญ่ต้องใช้แรงทั้งตัวและบางครั้งต้องมีคนช่วย ส่วนแมวต้องการความรวดเร็วแต่อ่อนโยนเพื่อไม่ให้เครียด

ผู้ดูแลย่อเข่าอุ้มสุนัขพันธุ์ใหญ่ด้วยท่าที่ถนอมหลัง
ย่อเข่าและใช้ขาช่วยรับน้ำหนัก ไม่ก้มหลังยก

การยกน้องตัวใหญ่ผิดท่าทำให้คนปวดหลังและน้องเจ็บได้พร้อมกัน หลักการคือใช้แรงขาแทนแรงหลัง และโอบรับทั้งหน้าอกและก้น

2คนช่วยกัน ถ้าน้องหนักเกิน 20 กก.
90°ย่อเข่าลงก่อนยก แทนการก้มหลัง
5วินาทีที่ควรใช้ค่อยๆ ยก ไม่กระชาก

ยกน้องตัวใหญ่

ย่อเข่าลงข้างน้อง แขนหนึ่งโอบรอบหน้าอกหน้าขาหน้า อีกแขนสอดใต้ก้นและขาหลัง แล้วลุกขึ้นด้วยแรงขา ดึงน้องแนบลำตัว

จับแมวให้สงบ

วางมือหนึ่งใต้หน้าอกหลังขาหน้า อีกมือรองก้นและขาหลัง ยกแนบตัวให้ขาทั้งสี่มีที่วาง อย่าจับต้นคอแบบแม่แมวคาบลูกในแมวโต

เมื่อมีคนช่วย

ถ้าน้องหนักหรือบาดเจ็บ ให้คนหนึ่งรับส่วนหน้า อีกคนรับส่วนหลัง นับจังหวะแล้วยกพร้อมกัน ลดความเสี่ยงทั้งสองฝ่าย

06

ท่าอุ้มและสัญญาณที่ต้องระวัง

ถ้าเห็นท่าเหล่านี้หรือสัญญาณเตือนจากน้อง ให้หยุดและปรับวิธีทันที ก่อนเกิดบาดเจ็บหรือความกลัวสะสม

ท่าที่ห้ามทำ

  • ยกใต้รักแร้แล้วปล่อยตัวห้อย
  • ดึงขาหน้า ขาหลัง หรือหาง
  • อุ้มหงายท้องในน้องที่ไม่คุ้น
  • จับต้นคอยกแมวหรือสุนัขโต
  • อุ้มน้องตัวใหญ่ด้วยการก้มหลัง

สัญญาณว่าน้องไม่พร้อม

  • หูลู่ ตัวแข็งเกร็ง
  • เลียปาก หาวถี่ หรือเบือนหน้าหนี
  • ขู่คำราม หรือกระดิกหางต่ำเร็ว
  • พยายามถอยหรือซ่อนตัว
  • ตาเห็นตาขาวมากผิดปกติ

ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • น้องพันธุ์ตัวยาว เสี่ยงหมอนรองกระดูก
  • ลูกสุนัขและลูกแมวกระดูกยังอ่อน
  • น้องวัยอาวุโสที่มีโรคข้อ
  • น้องที่เพิ่งผ่าตัดหรือบาดเจ็บ
  • น้องท้องที่ห้ามกดท้อง

เคล็ดลับจากลมูน

ฝึกให้น้องคุ้นกับการถูกสัมผัสตั้งแต่ยังเล็ก โดยให้ขนมทุกครั้งที่แตะตัว อุ้มสั้นๆ แล้ววางลง น้องจะเรียนรู้ว่าการถูกจับคือเรื่องดี ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

อุ้มถูกวิธี คือการบอกน้องว่ามือของคุณคือที่ปลอดภัย

  • รองรับสองจุดเสมอ ทั้งหน้าอกและก้น
  • ห้ามยกด้วยขา หาง หรือใต้รักแร้อย่างเดียว
  • อ่านภาษากายก่อนอุ้มทุกครั้ง
  • ฝึกให้น้องคุ้นกับการสัมผัสด้วยขนมและความใจเย็น

ลมูน คู่มือดูแลสัตว์เลี้ยง

บทต่อไปจะพาคุณเข้าสู่เรื่องการให้อาหารและน้ำอย่างถูกหลัก ทั้งปริมาณ ความถี่ และวิธีจัดวางชามให้น้องกินได้สบายตัวในทุกช่วงวัย

🔒 Unlock to save progress

Login and buy a package to track progress and earn a certificate

Stay up to date with LAMOON